วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

จัดห้องใหม่

หลังจากดองมาล้านแปดเดือน ก็ได้ทำแล้ว จริงๆ น่าจะจัดเสร็จตั้งแต่ตอนซ่อมห้องแล้ว แต่ก็นะขี้เกียจมากก
ทั้งห้อง มันรกมากก เพราะว่าหนังสือเต็มห้องไปหมด!!!!
วันนี้ไม่รู้คิดไง ฉันเลยจัดการย้ายข้าวของ จัดห้องข้างล่างใหม่เลย เอาคอมฯย้ายมาลงข้างล่าง แล้วก็จัดโต๊ะทีวีใหม่ ย้ายนั่นย้ายนี่ ก็ดูดีขึ้นนะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า คงต้องลองใช้ซักพักนึงว่าโอเคไหม แต่ดูแล้วน่าจะดีกว่าแบบเก่า เพราะยังไงซะมันก็เปลี่ยนบรรยากาศแล้วล่ะ

แต่ที่ไม่ชอบเอาซะเลยคือเรื่องที่ไฟมันดูดตอนใช้คอมฯนี่แหละ เพราะว่า keyboard ของ Mac มันเป็นอลูมิเนียม แล้วปลั๊กไฟนี่ก็ไม่มีสายดิน พอเอามาใช้บนพื้นหินอ่อนก็ดูดกระจายเลย นี่เลยต้องแก้ด้วยการเอาพรมมาปูรองที่เท้า กันไฟฟ้ามันไหลลงดิน แต่มันก็มีบางจังหวะที่ลืมตัว เผลอเอาเท้าไว้นอกพรม ฉันก็โดนดูดซะ จื้ดๆ เฮ้อ.. สงสัยจะต้องแก้ด้วยการเอาพลาสติกมาคลุม keyboard แทนซะแล้ว กันฝุ่นไปด้วยในตัวเลย แต่คงต้องเช็ดให้สะอาดซะก่อน

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

พักร้อน3วัน

กลับบ้านคราวนี้

ขนหนังสือกลับมาด้วยอีกสองลังหลังจากที่บางส่วนต้องแยกกันอยู่พลัดพรากจากกันมานานในที่สุดก็กลับมาอยู่ด้วยกัน ให้ฉันได้ชื่นใจอีกครั้ง
อยากจะบอกว่าหนังสือคือของที่ฉันสะสมอยู่เหมือนกันแต่ในความเป็นจริง สำหรับฉันแล้วหนังสือเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

บางครั้งเหมือนเพื่อนยามเหงาบางคราวเป็นกำลังใจในยามอ่อนล้าและเปิดตาพาฉันสู่โลกกว้างในบางเวลา
ฉันค่อยๆจัดเรียงหนังสือที่เพิ่งขนมาทีละเล่มๆทุกๆเล่มล้วนมีความหมายต่อฉันทั้งความรู้สึกขณะที่ได้อ่านหรือบางเล่มก็เป็นของขวัญจากคนสำคัญหลายคนในชีวิต

"ถ้าหากอยากรู้จักใครให้อ่านหนังสือที่เขาอ่าน"

เคยมีคนบอกกับฉันอย่างนั้นแต่เมื่อดูจากหนังสือที่ตัวเองอ่านแล้วฉันคงเป็นคนประเภทเข้าใจยากอยู่เหมือนกันเพราะมีหลากหลายอารมณ์เหลือเกินในตู้หนังสือของฉันและถ้าหากว่าอยากจะทำความรู้จักกัน